SCG รีโมเดลร้าน "โฮมมาร์ท"
ลบแบรนด์ "บิลเดอร์" มุ่งวันสต๊อปช็อป
ในงานแกรนด์โอเพนนิ่งอย่าง เป็นทางการของร้านโฮมมาร์ท
"ระยองเคหะภัณฑ์" ในจังหวัดระยอง เอเย่นต์ที่ียอด
ขายติดท็อป 20 อันดับแรกของเครือซิเมนต์ไทย (SCG) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ถือเป็นงานที่มีความแตกต่าง จากการเปิดตัวร้านโฮมมาร์ท
ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ประเด็นสำคัญนอกจากการอัพเดตสถานการณ์ตลาดวัสดุก่อสร้าง
ในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา "ขจรเดช แสงสุพรรณ"
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจจัดจำหน่าย SCG และ "กฤช
กุลเนตุ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เน็ตเวิร์ค
แมเนจเม้นท์ จำกัด สองผู้บริหารระดับสูงของเครือซิเมนต์ไทย
ยังได้แถลงถึงการ รีโมเดลการขยายสาขาร้าน "โฮมมาร์ท"
ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
โดยตัดสินใจยุติการขยายสาขาภายใต้แบรนด์ "โฮมมาร์ท
บิลเดอร์" คงเหลือไว้แต่แบรนด์ "โฮมมาร์ท
แมกซ์" พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น "โฮมมาร์ท"
เพียงอย่างเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ
นับเป็นสเต็ปที่ 3 ของการเปลี่ยนแปลง ครั้งแรกคือปี
2540 ที่เครือซิเมนต์ไทยตัดสินใจปรับโฉมร้านเอเย่นต์ใหม่ภายใต้ชื่อ
"ซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ท" ส่วนครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในช่วงปี
2545 โดยการแตกแบรนด์ร้านโฮมมาร์ทออกเป็น 2 รูปแบบ คือ
โฮมมาร์ท บิลเดอร์ที่มุ่งจับลูกค้ากลุ่มผู้รับเหมา และโฮมมาร์ท
แมกซ์ที่มุ่งจับกลุ่มลูกค้ารายย่อย โดยปัจจุบันมีร้าน
โฮมมาร์ท บิลเดอร์แล้วประมาณ 220 แห่ง และร้านโฮมมาร์ท
แมกซ์ประมาณ 80 แห่ง
เหตุผลของการรีโมเดลร้านโฮมมาร์ท ครั้งล่าสุด นอกจากเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ
ยังเป็นผลมาจากการลงทุนตามนโยบายทำ "CRM"
(customer relationship management) กับลูกค้า โดยช่วง
1-2 ปีที่ผ่านมา SCG ได้ลงทุนติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อบันทึกข้อมูลการซื้อขายสินค้าของร้านโฮมมาร์ท
ที่ี่เกิดขึ้นในแต่ละวันอย่างละเอียด
ตั้งแต่การเก็บข้อมูลรายชื่อลูกค้า รายการสินค้าที่ซื้อ
รวมถึงแบ่งแยกลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) ลูกค้าโฮลเซล
ได้แก่ ร้านค้าวัสดุยี่ปั๊วซาปั๊วที่ซื้อไปขายต่อ 2)
ลูกค้ารีเทล ได้แก่ เจ้าของบ้านทั่วไป และ 3) ลูกค้าโปรเจ็กต์
ได้แก่ กลุ่มผู้รับเหมา ช่าง โดยถึงขณะนี้มีร้านโฮมมาร์ทที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์แล้ว
กว่า 30 แห่ง
ผลที่ตามมาคือร้านโฮมมาร์ทแต่ละแห่งสามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว
เช่น การจัดโปรโมชั่น การขายพ่วงกับ สินค้าอื่นๆ การแนะนำสินค้ากับลูกค้าโดยตรง
ฯลฯ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม เดตสต็อกที่ไม่มียอดขาย
หลังจากนำฐานข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์การขาย
ปรากฏว่าช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ร้านค้ากว่า 30 แห่งที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์แล้วมียอดขายเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา
17% และเมื่อจำแนกตามประเภทลูกค้า
พบกว่าลูกค้ารีเทลมีอัตราเติบโตยอดขายสูงสุด 30% ส่วนที่มีอัตราเติบโตยอดขายต่ำสุดคือลูกค้าโปรเจ็กต์เพียง
9%
จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้ทำให้ SCG ตัดสินใจลบแบรนด์
"โฮมมาร์ท บิลเดอร์" ออกจากโมเดลขยายสาขา
เพราะมองว่าให้เอเย่นต์พัฒนาเป็นร้านที่มุ่งจับลูกค้ารีเทลจะดีกว่า
"ต่อไปร้านโฮมมาร์ทบิลเดอร์จะค่อยๆ ทยอยปรับโฉมร้านตามคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เน้นจับลูกค้ารายย่อย
เรื่องพื้นที่ขายไม่ใช่ปัญหาเพราะเราได้คิดโมเดลร้านโฮมมาร์ท
ไซซ์เล็กไว้แล้ว เริ่มต้นที่ 500 ตร.ม.ก็ทำได้ จากเดิมจะต้องมีพื้นที่ตั้งแต่
2,000 ตร.ม." กฤชเอ็มดีของเอสซีจี เน็ตเวิร์คฯบอกถึงแนวคิด
โดยในแง่จำนวนกลุ่มสินค้าระหว่าง ร้านโฮมมาร์ทไซซ์เล็กและไซซ์ใหญ่จะมี
เท่าเทียมกัน คือ 1) กลุ่มสี 2) วัสดุก่อสร้าง 3) ประตู
หน้าต่าง 4) ไฟฟ้า และ 5) เซรามิก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือความหลากหลายของสินค้าแต่ละกลุ่ม
ที่จะผลักดันควบคู่กันไปคือการพัฒนาร้านภายใต้คอนเซ็ปต์
"โทเทิล โฮม โซลูชั่น" ในลักษณะวันสต๊อปช็อปครบวงจร
ทั้งการขายสินค้า บริการ และคำปรึกษาสำหรับร้านที่มีความพร้อม
ถือเป็นจังหวะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งของโฮมมาร์ท
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
แหล่งที่มา : http://www.matichon.co.th
วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4009 (3209) |