"ปทุมดีไซน์"จับคู่พันธมิตรผุดบ้านสั่งสร้าง3ล้าน
"ปทุมดีไซน์" พลิกเกมขยายตลาดใหม่ ชู 3 กลยุทธ์บุกตลาดรับสร้างบ้าน
ทั้งขยายสาขาต่างจังหวัด ขายระบบแฟรนไชส์ ควบคู่เปิดตลาดโครงการบ้านจัดสรรเป็นครั้งแรก
ล่าสุดจับมือดีเวลอปเปอร์ย่าน
รัตนาธิเบศร์-ราชพฤกษ์ฟื้น "โครงการอภิญญา ไพรเวซี่"
ผุดบ้านสั่งสร้าง ราคา 3.5 ล้านบาทต่อยูนิต
นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานกรรมการ บริษัท ปทุมดีไซน์
จำกัด หรือ พีดี เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ตลาดรับสร้างบ้านอยู่ในช่วงขาลง
เห็นได้จากตัวเลขยอดรับสร้างบ้านโดยรวมตกลงไป
จากปีที่แล้ว 10% ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมจาก 8,000 กว่าล้านบาท
เหลือ 7,000 กว่าล้านบาท ขณะที่การแข่งขันมีสูงขึ้นโดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล
เนื่องจากความต้องการ สร้างบ้านในตลาดมีจำนวนจำกัด ทั้งยังประสบปัญหาภาวะต้นทุนสูงขึ้น
5% ในส่วนของบริษัทยอม
รับมีผลกระทบบ้างแต่ยังไม่รุนแรง กำไรลดลงประมาณ 4%
จากเป้าที่ตั้งไว้ปีละ 30 ล้านบาท บริษัทจึงได้ปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่
3 ช่องทาง เพื่อเปิดตลาดให้กว้างขึ้น โดย 1.ขยายสาขา
ต่างจังหวัด จากเดิมมี 9 สาขา เพิ่มอีก 2 แห่ง คือนนทบุรีและกำลังดูที่ระยองและพิษณุโลก
2.ขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์ ที่เชียงใหม่และอุบลราชธานี
3.ขยายงานรับสร้างบ้านในโครง
การบ้านจัดสรร
ล่าสุดเซ็นสัญญากับบริษัท วิริยะรัตน์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว
"อภิญญา ไพรเวซี่" โดยจะรับจ้างบริหารงานขายและรับสร้างบ้านให้ลูกค้าของโครงการ
40 ยูนิต มูลค่าโครงการ
200 ล้านบาท เป็นบ้านขนาด 50 ตร.ว.ขึ้นไป ราคาขายเริ่มต้นที่
3.5 ล้านบาท ซึ่งราคานี้เมื่อเทียบกับโครงการในย่านเดียวกันจะถูกกว่ามากประมาณ
1 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเข้าไปดำเนินการอีกโครงการหนึ่ง
ชื่อ "เพอร์รี่ ทาวน์โฮม"
ย่านประชาอุทิศ 76 พื้นที่ 19 ไร่ เป็นที่ดินเปล่าสำหรับสร้างบ้าน
41 แปลง ราคาขายรวมตัว
บ้าน 5 ล้านบาทเศษ ซึ่งได้ตั้งทีมเฉพาะขึ้นมารองรับ
ประกอบด้วยสถาปนิก ฝ่ายการตลาด
และการขาย วิศวกรประจำไซต์โครงการ
"ทั้ง 2 รายเป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่เปิดขายช่วงปี
2547-2548 แต่ต้องชะลอการขาย เพราะได้รับผลกระทบจากการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ผู้รับเหมารายย่อยทิ้งงาน ส่งมอบบ้านให้ลูกค้าไม่ได้
จนต้องบอกเลิกสัญญาไป และมีการแก้ปัญหาโดยให้บริษัทรับสร้างบ้านสร้างบ้านให้ลูกค้าแทน
วิธีการคือบริษัทจะเป็นผู้ขายที่ดินเปล่าและรับสร้างบ้านให้เท่านั้น
โดยได้เซ็นสัญญาไว้ 1 ปี สำหรับโครงการแรกเริ่มพรีเซลแล้วตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป
คาดว่าจะมีรายได้ในส่วนนี้ประมาณ
100 กว่าล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดขายของบริษัทในปีนี้ทะลุเป้าที่ตั้งไว้กว่า
300 ล้านบาท"
แม้ว่าบริษัทจะไม่เคยทำตลาดโครงการจัดสรรมาก่อน แต่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะทำตลาดและการขายได้ไม่แพ้กับผู้ประกอบการจัดสรร
โดยเน้นโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้โครงการเป็นที่รู้จักมากขึ้น
ตามสื่อสิ่งพิมพ์ บิลบอร์ด และจากดาต้าลูกค้าที่บริษัทมีอยู่กว่า
5,000 ราย ตลอดจนออกบูทตามสถานที่ต่างๆ ฯลฯ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
แหล่งที่มา : http://www.matichon.co.th
วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4013 (3213) |