ดวงกมล
โลหศรีสกุล
"เชฟ
ก๋วยเตี๋ยว Chef" ขายอาหารปลอดผงชูรส ขยายกิจการด้วยพันธมิตร
"ทั้งสองตัดสินใจอำลาตำแหน่ง
"เชฟ" ทั้งๆ ที่รายได้เฉลี่ย เดือนละ 100,000
บาท เพื่อต้องการมีกิจการส่วนตัว ที่สำคัญ ยังได้คลุกคลีอยู่กับอาหาร
โดยคุณเกี้ย บอกว่า เปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเก็บกำไรไปก่อนสักระยะ
สักวันหนึ่งค่อยนำเงินที่ได้มาลงทุนซื้อเครื่องผลิตลูกชิ้น"
เมื่อก่อนพ่อแม่มักจะสอนลูกว่า
ถ้าอยากร่ำรวยก็ต้องขยันทำงานให้หนัก อดทน และประหยัด
ที่สำคัญ ต้องไม่ข้องเกี่ยวกับอบายมุข สิ่งเหล่านี้ถูกพร่ำสอนต่อๆ
กันมาจนกลายเป็นข้อปฏิบัติไปเสียแล้ว บ้างถึงขนาดไม่มีเวลาพักผ่อน
หรือเวลาส่วนตัวเพื่อไปปฏิบัติภารกิจสำคัญต่างๆ อาทิ
ดูแลทุกข์สุขครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง
เพราะมัวแต่นำเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับหน้าที่การงาน
เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน เงินทอง และชื่อเสียงทางสังคม
ทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้
แต่มาสมัยนี้ข้อปฏิบัติบางอย่างเห็นทีคงใกล้หมดยุค เพราะต่อให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ก็ใช่ว่าวิธีดังกล่าวเพียงอย่างเดียวจะทำให้ร่ำรวย เพราะปัจจุบัน
สิ่งสำคัญที่จะทำให้ร่ำรวย หรือเป็นเศรษฐีได้ อยู่ที่ความรู้
ความสามารถ ปฏิภาณ ไหวพริบ ความกล้าแสดงออก อดทน และความคาดหวัง
แต่อย่างไรก็ตาม คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อปฏิบัติเหล่านี้เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่เป็นตัวผลักดันให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมาย
ซึ่งศูนย์อาชีพและธุรกิจ
มติชน ตลอดจนนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการประสบพบกับความสำเร็จตามที่วาดหวังไว้
โดยจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสรรหาเรื่องราวอันเป็นสารประโยชน์
และน่าสนใจ ที่บรรดาคนทำมาหากินอย่างสุจริตต้องไม่พลาด
เช่นเดียวกันกับฉบับนี้ ที่เหล่าบรรดาทีมงานทุกคนล้วนไม่รีรอขะมักเขม้นค้นหาข้อมูล
ข่าวสารดีๆ มาฝากกันอีกเช่นเคย
อยู่วงการอาหาร
25 ปี
ได้ศูนย์อาชีพฯ
ชี้ทาง
คุณเจริญชัย
ถวัลย์วีนัสพันธ์ เรียกสั้นๆ ว่า คุณเกี้ย วัย 48 ปี
ผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ตัดสินใจปลดตัวเองออกจากงานประจำ
ทั้งที่รายรับไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาทต่อเดือน และด้วยประสบการณ์เป็นพ่อครัวมากว่า
25 ปี ทำอาหารได้หลากหลายชนิด ที่สำคัญ ฝีมือระดับภัตตาคารโรงแรมชื่อดัง
เขามีวิธีคิดและใช้เหตุผลใดตัดสินใจก่อนก้าวเข้ามามีกิจการส่วนตัว
ย้อนกลับไปเมื่อ
20 ปีที่แล้ว เขาเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เรียนจบช่างยนต์จากสถาบันเทคโนโลยีพระราม
6 มุ่งหน้าทำงานตามความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา คือการเป็นช่างซ่อมอะไหล่
ให้แก่องค์การขนส่งมวลชน มีหน้าที่ตระเวนซ่อมรถยนต์ตามจุดต่างๆ
ซึ่งลักษณะของงานจะไม่เป็นหลักแหล่ง เวลาผ่านไปเกือบปีจึงเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย
ประจวบกับช่วงเวลาดังกล่าว คุณอาเข้ามาชักชวนให้ไปร่วมงาน
โดยยื่นตำแหน่งเป็นผู้ช่วยพ่อครัวโรงแรมอินทรา ในกรุงเทพฯ
มาให้ลองไตร่ตรองดู
ราวกับว่าเป็นการพลิกบทบาทจากช่างไปเป็นผู้ช่วยพ่อครัว
แต่เขาบอกว่า ลึกๆ แล้วเป็นคนชอบทำอาหาร และเมื่อมีโอกาสผ่านเข้ามา
ไม่รอช้ารีบไขว่คว้าไว้ทันที ซึ่งในครั้งนั้นเหมือนเป็นการค้นพบพรสวรรค์ที่อยู่ในตัว
ระยะเวลาไม่นานเขาสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นพ่อครัวตัวจริงได้สำเร็จ
เมื่อคว้าตำแหน่งมาได้ดั่งใจหมาย
ชายผู้นี้เริ่มแสวงหาประสบการณ์ที่หลากหลายโดยการเป็นเชฟเข้า-ออกโรงแรมชื่อดังทั้งในและต่างประเทศ
อาทิ แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ, อินเตอร์คอนติเนนตัล, รีเจนท์,
ฮ่องกง และชิลี เป็นเวลาทั้งสิ้น 25 ปี
แต่อย่างไรก็ตาม
คุณเกี้ยก็ยังดำเนินชีวิตด้วยการเป็นลูกจ้างมาโดยตลอด
จนกระทั่ง คุณอาวรณ์ ถวัลย์วีนัสพันธ์ หรือ คุณเล็ก
ภรรยาสุดที่รักได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิต ขณะเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยกัน
ซึ่งคุณเล็ก เล่าว่า "ช่วงเวลาเดินทาง ต้องใช้ชีวิตอยู่บนยานพาหนะค่อนข้างนาน
จึงหาซื้อหนังสือหลายเล่มมาอ่านเพื่อคลายความเบื่อหน่าย
ซึ่งนิตยสารเส้นทางเศรษฐีถือว่าเป็นสิ่งที่มาจุดประกายความคิดอยากมีธุรกิจส่วนตัว
เพราะเนื้อหาแฝงไปด้วยสาระความรู้ ความบันเทิง อาชีพอิสระนานาชนิด
ตลอดจนมีศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน ที่เปิดอบรมวิชาชีพ
จึงติดอกติดใจ และติดตามหาซื้ออ่านเรื่อยมา"
กระทั่งกลางปีที่ผ่านมา
ทั้งคุณเกี้ย และคุณเล็ก เสร็จสิ้นภารกิจการเป็นพ่อครัวแม่ครัวที่ประเทศชิลี
และได้เดินทางกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน ทั้งสองปรึกษาหารือเรื่องการมาอบรมวิชาชีพ
สรุปคือส่งหัวหน้าครอบครัวเข้ามา ซึ่งคุณเกี้ยได้เลือกหลักสูตรการทำลูกชิ้นหมู
เขาบอกว่าส่วนตัวชื่นชอบการรับประทานก๋วยเตี๋ยว ซึ่งส่วนประกอบหลักอย่างลูกชิ้น
ที่หาร้านอร่อยได้ยาก และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ยังขาดความรู้เรื่องอาหารชนิดนี้
จึงต้องการเข้ามาศึกษาอย่างจริงจัง
ลงทุนกิจการ
5 แสน
เริ่มมองหาพันธมิตร
หลังจากที่ได้ศึกษาสำเร็จตามหลักสูตรลูกชิ้นหมู
คุณเล็ก บอกว่า ความรู้ที่สามีได้รับมาจากผู้รู้จริงนั้น
ช่วยสร้างและเพิ่มความมั่นใจให้เขาเป็นอย่างมาก จนต้องการมีกิจการส่วนตัว
แต่เท่าที่ทราบมาจากอาจารย์ผู้สอน การผลิตลูกชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะอุปกรณ์ราคาค่อนข้างสูงราวแสนบาท อีกทั้งการผลิตในแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า
30 กิโลกรัม ดังนั้น จึงตัดใจลดขนาดกิจการมาเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวแทน
ไม่นานทั้งสองตัดสินใจอำลาตำแหน่ง
"เชฟ" ทั้งๆ ที่รายได้เฉลี่ย เดือนละ 100,000
บาท เพื่อต้องการมีกิจการส่วนตัว ที่สำคัญ ยังได้คลุกคลีอยู่กับอาหาร
โดยคุณเกี้ย บอกว่า เปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเก็บกำไรไปก่อนสักระยะ
สักวันหนึ่งค่อยนำเงินที่ได้มาลงทุนซื้อเครื่องผลิตลูกชิ้น
และจะปรุงสูตรพิเศษที่ไม่เหมือนใครคือลูกชิ้นผสมสมุนไพร
เมื่อความมุ่งมั่นมีเกินร้อย
ทั้งสองจึงลงทุนกับกิจการนี้ราว 500,000 บาท ซึ่งคุณเล็ก
บอกว่า หลักๆ เป็นค่าเซ้งตึก 350,000 บาท เงินทุนหมุนเวียน
100,000 บาท ที่เหลือเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ในการทำอาหาร
นอกจากนั้นยังใช้ชื่อร้านว่า "เชฟ ก๋วยเตี๋ยว Chef"
ซึ่งมีความหมายดังนี้ เชฟตัวแรกหมายถึงผู้ปรุงเป็นคนไทย
Chef ที่สอง หมายถึงผู้ปรุงฝีมือระดับสากล 2 สิ่งนี้เมื่อนำมาผสมผสานกันจะลงตัว
กลายมาเป็นก๋วยเตี๋ยวชามอร่อยโดยที่ปราศจากวัตถุปรุงแต่งอาหาร
หรือที่เรียกขานกันจนติดปากว่า "ผงชูรส"
แต่อย่างไรก็ตาม
หัวใจหลักของก๋วยเตี๋ยว นอกจากรสชาติของน้ำซุปแล้ว ลูกชิ้นถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้
เชฟ ก๋วยเตี๋ยว Chef ตราตรึงอยู่ในใจลูกค้า ซึ่งเจ้าของร้านหน้าใหม่
บอกว่า ช่วงแรกลองทำลูกชิ้นปลาด้วยตนเอง ครั้งนั้นลูกค้าให้การตอบรับที่ดี
แต่เนื่องจากเป็นการผลิตด้วยมือ ปริมาณที่ได้จึงไม่เพียงพอกับความต้องการ
อีกทั้งสิ้นเปลืองเวลาเพราะยังไม่มีพนักงาน สุดท้ายจึงล้มเลิกไป
แต่อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจกับแบรนด์ดังอย่างลูกชิ้นปลาจากเยาราช
จึงเลือกนำมาไว้บริการลูกค้าทั้งแบบ กลม แบน รักบี้
เกี๊ยวปลา เฉลี่ยวันละ 5 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 60
บาท ส่วนของสดอื่นๆ จะหาซื้อได้ในตลาดสดศาลาน้ำร้อน
เนื่องจาก
เชฟ ก๋วยเตี๋ยว Chef ยังเป็นร้านน้องใหม่ในย่านซอยวัดบางยี่ขัน
จึงยากที่ลูกค้าจะรู้จัก แต่เจ้าของร้าน บอกว่า อาศัยลูกค้าจากร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ชื่อดังด้านข้าง
ที่มาคอยอาหารนาน ซึ่งบางรายมีเปลี่ยนใจ เข้ามารับประทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแทน
นานวันเข้ากลายมาเป็นลูกค้าประจำกันในที่สุด นอกจากนั้น
ยังเพิ่มเมนูที่หลากหลายขึ้นมาไว้คอยบริการ อาทิ ราดหน้าแต้จิ๋ว
ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว ส่วนในอนาคตจะเพิ่มเมนูขนมจีน แต่อยู่ในระหว่างหาทุนและดูแนวโน้มของลูกค้า
เพื่อความสนิทสนมและเป็นกันเองระหว่างลูกค้า
ทั้งสองจะเป็นผู้ให้บริการด้วยตนเอง และจะคอยสำรวจความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
เพราะเขาจะเปรียบลูกค้าคือผู้มีพระคุณอยู่เสมอ
ก่อนจากกันตรงนี้
คุณเกี้ย และคุณเล็ก ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า หากผู้ประกอบการใดที่ผลิตและจัดจำหน่ายลูกชิ้นปลา
สามารถติดต่อเข้ามาเป็นคู่ค้ากันได้ แต่สินค้าจะต้องปลอดวัตถุปรุงแต่งอาหาร
และหากผู้ประกอบการรายใดเคยเข้ามาอบรมที่ศูนย์อาชีพฯ
แห่งนี้ จะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ
สนใจอุดหนุนร้านก๋วยเตี๋ยวปลาน้องใหม่
สามารถเดินทางไปกันได้ บ้านเลขที่ 216 ซอยวัดบางยี่ขัน
ถนนจรัญสนิทวงศ์ 40 ใกล้สะพานพระราม 8 กรุงเทพฯ ซึ่งมีที่ไว้คอยบริการจอดรถยนต์ฟรี
ส่วนราคาอาหารเริ่มต้นที่ 25 บาทไปจนถึง 40 บาท เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา
11 โมง - 5 ทุ่ม หยุดทุกวันพุธ หากต้องการติดต่อหรือสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าของร้านโทรศัพท์ไปได้ที่
(084) 719-9749, (081) 907-8859
ข้อมูลจำเพาะ
กิจการ
ร้านขายก๋วยเตี๋ยว
ชื่อร้าน
เชฟ ก๋วยเตี๋ยว Chef
เจ้าของกิจการ
คุณเจริญชัย และ คุณอาวรณ์ ถวัลย์วีนัสพันธ์
เงินลงทุน
500,000 บาท
สิ่งที่ได้รับ
ตึกแถว 1 คูหา เงินทุนหมุนเวียน 100,000 บาท
ตลอดจนอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปรุงอาหาร
แหล่งซื้อวัตถุดิบ
ตลาดสดศาลาน้ำร้อน ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
จุดเด่น
อาหารทุกจานปลอดวัตถุปรุงแต่งอาหาร (ผงชูรส)
ราคาขาย
ก๋วยเตี๋ยวธรรมดา 25 บาท พิเศษ 30 บาท ผัดไทย 25-40
บาท
จุดมุ่งหมายในอนาคต
ต้องการผลิตลูกชิ้นภายใต้ชื่อของตนเอง
สถานที่ตั้งร้าน
216 ซอยวัดบางยี่ขัน ถนนจรัญสนิทวงศ์ 40
ใกล้สะพานพระราม
8 กรุงเทพฯ
โทรศัพท์
คุณเจริญชัย (084) 719-9749 คุณอาวรณ์ (081) 907-8859
มติชนกรุ๊ป
: หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน |