"เมื่อได้โอ่งดินเผาที่เว้าด้านหน้าขนาดที่ต้องการแล้ว
นำมาขัดด้วยกระดาษทราย และตกแต่งด้วยสี อาทิ สีดำ และทอง
เพื่อให้สินค้าคล้ายกับวัตถุโบราณ จากนั้นนำแผ่นอะครีลิกที่หาซื้อได้จากย่านวงเวียน
22 มาผ่านความร้อนให้อ่อนตัว และนำไปวางด้านหน้าโอ่ง
(ส่วนที่เว้า) โดยใช้กาวซิลิโคนเป็นตัวยึด สุดท้ายจัดตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายกับตู้ปลาทั่วไป"
งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในปี
2550 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า
ยอดการส่งออกมีการขยายตัวจากปีที่แล้ว ประมาณร้อยละ
3-5 มีเม็ดเงินส่งออกรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งถือได้ว่าเป็นการขยายตัวที่ดี เพราะจากเดิมอุตสาหกรรมดังกล่าวได้หดตัวลงไปถึงร้อยละ
1.5 นับว่าเป็นปัญหาที่มีผลจากการขาดแคลนวัตถุดิบและคู่แข่งที่มีต้นทุนแรงงานต่ำ
และราคาสินค้าที่เริ่มมาตีตลาดโลกมากขึ้น อาทิ เวียดนาม
จีน ยุโรปตะวันออก และรัสเซีย
แต่อย่างไรก็ตาม
ผู้ประกอบการไทยได้มีการปรับตัวเพื่อเร่งสร้างมูลค่าของสินค้าโดยเน้นความแตกต่าง
ทั้งรูปแบบ การเลือกวัตถุดิบที่หลากหลาย ทั้งไม้ หนัง
พลาสติค และอะลูมิเนียม จึงทำให้มั่นใจว่าปีนี้การส่งออกเฟอร์นิเจอร์น่าจะมีการขยายตัวไปในทิศทางที่ดี
หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิ สถานการณ์บ้านเมือง
ราคาน้ำมัน ฯลฯ
ซึ่งเส้นทางเศรษฐี
ฉบับต้อนรับปี 2551 มีเรื่องราวเกี่ยวกับของตกแต่งบ้านที่ใช้วัสดุเดียวกับเครื่องปั้นดินเผา
เเต่ประโยชน์ใช้สอยมากกว่า นั่นคือ สามารถนำมาใช้เป็นที่อยู่ของสัตว์เลี้ยง
ซึ่งเจ้าของความคิดสร้างสรรค์นี้ มีถิ่นกำเนิดเกิดที่จังหวัดเพชรบูรณ์
แต่เข้ามาเติบโตและหาเลี้ยงครอบครัวอยู่ในกรุงเทพฯ และยึดอาชีพพ่อค้ามาโดยตลอด
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร พื้นที่ตรงนี้พร้อมนำเสนอแล้ว
ประกอบอาชีพหลากหลาย
ลงทุนเร่งสร้างฐานะ
"เฟอร์นิเจอร์
หรือของตกแต่งบ้านฝีมือคนไทย ที่ไม่ว่ายุคสมัยใดก็ยังให้ความนิยมอยู่เสมอ
สิ่งเหล่านั้นคือ เครื่องปั้นดินเผา และเซรามิค เพราะหาซื้อได้ง่าย
ราคาสบายกระเป๋า แต่เท่าที่มีจำหน่ายอยู่ รูปแบบล้วนแล้วไม่แตกต่างกันมากนัก
เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเกิดความคิดนำมาเพิ่มมูลค่าโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์"
คุณจิรวัฒน์ โพธิ์ทอง วัย 37 ปี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโอ่งเลี้ยงปลาดินเผา
เกริ่นให้ฟังอย่างนั้น พร้อมกับเปิดฉากเล่าเรื่องราวและที่มาของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้ได้ทราบอย่างละเอียดว่า
ก่อนก้าวเข้ามาสู่อาชีพเสริมนี้
คุณจิรวัฒน์เคยเป็นช่างซ่อมรถยนต์ แถวถนนพุทธมณฑลอยู่ราวปีกว่า
แต่เนื่องจากเป็นงานที่เคร่งครัดในเรื่องของเวลา จึงเกิดความรู้สึกอึดอัด
ในที่สุด ตัดสินใจลาออกเพื่อไปเป็นตัวแทนจำหน่ายผ้าให้แก่กิจการครอบครัวของ
คุณแพรพิไล หรือ คุณอ้อย ซึ่งเป็นแฟนสาว ต่อมาไม่นานนักความสัมพันธ์เริ่มก่อตัว
เกิดเป็นความรักจนกระทั่งตัดสินใจแต่งงาน ครั้งนั้นทำให้เขาเริ่มคิดถึงอนาคตของครอบครัว
"การเป็นตัวแทนจำหน่ายผ้า
รายได้ไม่ค่อยมั่นคง จึงคิดหาหนทางเพิ่มรายรับให้กับครอบครัว
ประจวบกับช่วงเวลาดังกล่าวได้รับคำชักชวนจากคุณแม่ของภรรยา
ให้เข้ามาสานต่อกิจการครอบครัวคือ ร้านจำหน่ายเบเกอรี่ในจังหวัดสงขลา
ครุ่นคิดอยู่ไม่นานนักแต่สุดท้ายก็ไปตามความปรารถนาดีที่ผู้ใหญ่ยื่นให้มา"
เป็นเวลากว่า
2 ปี ที่ทั้งสองได้เข้ามาบริหารกิจการอย่างเต็มตัว แต่นานวันเข้า
ผู้เป็นสามีเริ่มรู้สึกไม่ชอบการทำขนม อีกทั้งยังมองไม่เห็นโอกาสในการต่อยอดของสินค้า
จึงตัดสินใจร่ำลาตำแหน่งเจ้าของร้านไป ระหว่างนั้นคุณจิรวัฒน์เล็งเห็นกิจการร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่กำลังนิยมไปทั่วทุกแห่งหน
ตลอดจนยังเป็นสินค้าที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เขาไม่รอช้าตัดสินใจเริ่มต้นกิจการใหม่นี้ทันที
ราวปี
2545 คุณจิรวัฒน์และภรรยา ได้ลงทุนเปิดร้านอาหารดังกล่าวเป็นจำนวนเงินหลายแสนบาท
แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้ตระเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้งสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ
ซึ่งเขาเล่าว่าในคืนวันเปิดร้าน น้ำได้ท่วมทะลักจากท้องทะเล
เข้ามากวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างเลือนหายไปตามความแรงของกระแสน้ำ
ครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นการสูญเสียที่น่าใจหาย จากนั้นเป็นต้นมาจึงล้มเลิกประกอบกิจการส่วนตัวลงชั่วคราว
และมุ่งหน้าเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ในเวลาต่อมา
มองหารายได้เสริม
มั่นใจสินค้าไร้คู่แข่ง
เมื่อถึงที่หมายแล้ว
คุณจิรวัฒน์กลับไปประกอบอาชีพเดิม ซึ่งเขาบอกว่า ข้อดีของการเป็นเซลส์
คือ มีเวลาส่วนตัวค่อนข้างสูง ระหว่างนั้นจึงหาอาชีพเสริม
โดยทำเทียนจำหน่าย แต่สำหรับจุดเริ่มต้นของ "โอ่งเลี้ยงปลาดินเผา"
นั้น เขาเล่าว่า ราวปี 2547 ระหว่างเดินทางไปทำงาน เห็นเครื่องปั้นดินเผาวางจำหน่ายเป็นจำนวนมากแถวจังหวัดนนทบุรี
จึงลงทุนราวหมื่นบาท ทดลองซื้อหามาจำหน่ายต่อ นอกจากนั้นยังได้แต่งแต้มสีสันลงบนสินค้า
ลูกค้าให้การตอบรับเป็นที่น่าพอใจจึงตั้งชื่อร้านว่า
กิ่งใหม่ เพื่อให้เป็นที่รู้จัก แต่อย่างไรก็ตาม กิจการนี้ก็ยังไม่สามารถสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ
เหตุเพราะความไม่ชำนาญ ระหว่างปฏิบัติงานสินค้าตกหล่นเสียหายไปเป็นจำนวนมาก
แต่ด้วยความไม่หยุดนิ่ง
หลังเสร็จสิ้นภารกิจจากงานประจำ คุณจิรวัฒน์หมั่นพัฒนาสินค้าเรื่อยมา
จนกระทั่งกลายมาเป็นโอ่งเลี้ยงปลาดินเผาในปัจจุบัน ซึ่งเขาบอกว่า
ช่วงแรกใช้วิธีการฝากจำหน่ายกับลูกค้าที่ติดต่อซื้อผ้า
แต่ปัจจุบันร่วมตระเวนจำหน่ายสินค้ากับหน่วยงานภาครัฐ
จึงทำให้ลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศรู้จักและให้การตอบรับที่ดี
จนมีรายได้มากกว่างานประจำ
แต่เนื่องจากทั้งสองยังไม่ใช่ผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผา
ดังนั้น จึงต้องสั่งซื้อจากโรงงานละแวกที่อยู่อาศัย
ซึ่งเขาบอกว่า การทำเช่นนี้ช่วยลดขั้นตอนการทำงานลงไปได้มาก
ซึ่งการสั่งสินค้าแต่ละครั้งคราวละ 100-200 ชิ้น จะได้ในราคาที่ถูกลงราวชิ้นละ
100-400 บาท เพียงแต่นำมาตกแต่งด้วยเครื่องตัดหินเพื่อให้ได้ตามรูปแบบที่ต้องการ
คุณจิรวัฒน์ได้เผยเคล็ดลับและขั้นตอนการทำอย่างละเอียด
เพื่อให้ลองนำกลับไปประดิษฐ์เองดังนี้ เมื่อได้โอ่งดินเผาที่เว้าด้านหน้าขนาดที่ต้องการแล้ว
นำมาขัดด้วยกระดาษทราย และตกแต่งด้วยสี อาทิ สีดำ และทอง
เพื่อให้สินค้าคล้ายกับวัตถุโบราณ จากนั้นนำแผ่นอะครีลิกที่หาซื้อได้จากย่านวงเวียน
22 มาผ่านความร้อนให้อ่อนตัว และนำไปวางด้านหน้าโอ่ง
(ส่วนที่เว้า) โดยใช้กาวซิลิโคนเป็นตัวยึด สุดท้ายจัดตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายกับตู้ปลาทั่วไปคือ
สายออกซิเจน ปะรารัง ก้อนหิน หรือดอกไม้พลาสติค เพียงเท่านี้ก็จะได้โอ่งตู้ปลาที่ไม่เหมือนใคร
สำหรับอายุการใช้งานของสินค้า
เจ้าของบอกว่า หากใช้งานตามปกติจะอยู่ได้โดยไม่รั่วซึมราว
3-5ปี แต่หากไม่นำไปใช้งานและโดนความร้อนจากแดดเป็นประจำ
ประสิทธิภาพของแผ่นอะครีลิกจะลดลงทำให้เกิดรอยรั่วได้ในที่สุด
แต่ถึงอย่างไรสามารถนำไปใช้ตกแต่งบ้าน หรือจัดสวนได้ตามปกติ
ปัจจุบันแรงงานที่ผลิตสินค้าดังกล่าว
มีจำนวนไม่มากนัก คุณจิรวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนในครอบครัว
แต่ได้รับค่าแรงเทียบเท่ากับพนักงานราวเดือนละ 4,000
บาท สอบถามถึงคู่แข่งขันซึ่งได้รับคำตอบกลับมาจากปากเขาว่า
ขณะนี้ยังมองไม่เห็นสินค้าถูกลอกเลียนแบบ แต่หากวันหนึ่งมีออกมา
สามารถทำใจยอมรับได้และเตรียมพัฒนาสินค้าไว้เสนอลูกค้าอยู่แล้ว
สินค้าดังกล่าวเริ่มต้นจำหน่ายราคาชิ้นละ
700-3,900 บาท ซึ่งเจ้าของกิจการกระซิบมาว่าต้นทุนของสินค้าไม่มากเท่าไหร่นัก
แต่เนื่องจากเป็นงานแฮนด์เมดที่ใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานค่อนข้างนานหนึ่งชิ้นราวสัปดาห์
จึงขอกำไรเพื่อนำมาพัฒนาสินค้าต่อๆ ไป
รูปแบบของการจำหน่ายมีทั้งขายปลีกและส่ง
หากมียอดสั่งซื้อ 50,000-60,000 บาทขึ้นไป ร้านกิ่งใหม่บริการส่งฟรี
แต่ถ้าเป็นลูกค้าต่างจังหวัดคิดค่าขนส่งตามระยะทาง สนใจสินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายชนิดนี้
เดินทางไปได้ที่ 53/31 หมู่บ้านลภาวัน 3 ตำบลเสาธงหิน
อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี หรือโทรศัพท์สอบถามกับเจ้าของร้าน
(02) 926-5847, (089) 234-1672, (086) 550-9956 แฟ็กซ์
(02) 926-5847
ข้อมูลจำเพาะ
สินค้า
โอ่งเลี้ยงปลาดินเผา
เจ้าของกิจการ
คุณจิรวัฒน์ โพธิ์ทอง
วัตถุดิบ
เครื่องปั้นดินเผา แผ่นอะครีลิก กาวซิลิโคน สายออกซิเจน
แหล่งซื้อวัตถุดิบ
จังหวัดนนทบุรี และย่านวงเวียน 22
ราคาจำหน่าย
700-3,900 บาท
รายได้
เฉลี่ยเดือนละ 100,000 บาท
สินค้าได้รับความนิยม
โอ่งเลี้ยงปลาดินเผา โคมไฟดินเผา
จุดเด่น
นอกจากเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านยังเป็นตู้เลี้ยงปลาได้
ช่องทางจัดจำหน่าย
ฝากจำหน่าย และที่อยู่อาศัย
สถานที่ตั้ง
53/31 หมู่บ้านลภาวัน 3 ตำบลเสาธงหิน
อำเภอบางใหญ่
จังหวัดนนทบุรี
โทรศัพท์
(02) 926-5847, (089) 234-1672, (086) 550-9956
แฟ็กซ์
(02) 926-5847
มติชนกรุ๊ป
: หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน |