ผู้แต่ง
รอบรู้เรื่องเทคโนโลยี
ตอนที่ 25 กลโกง...เล่ห์ดิจิตอล (4)
ก่อนวันเปิดกีฬาซีเกมส์
(วันที่ 6 ธันวาคม 2550) มีลูกศิษย์ที่เคยไปอบรมที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ
มติชน ได้โทรศัพท์มาหาผม ตอนแรกนึกไม่ออกเพราะเบอร์ที่โชว์หน้าจอเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้น
แต่ครั้นได้พูดคุยกันก็เริ่มนึกออกว่าเป็นลูกศิษย์ที่เคยเรียนกับผม
ในหลักสูตร "เทคนิคการถ่ายวิดีโอและการตัดต่อฯ"
แต่ยังไม่ทันได้ทักทาย หรือโอภาปราศรัยกันเลยนะครับ
ฟังจากน้ำเสียงดูเหมือนกับมีเรื่องร้อนใจ
เท่าที่ผมได้ยินจากเสียงตามสายพอจะสรุปได้ว่า
"อาจารย์ครับ...ผมโดนหลอกให้ไปซื้อของบนอินเตอร์เน็ต!"
จึงเป็นที่มาของเรื่องที่ผมจะเล่าให้คุณผู้อ่านได้ทราบกัน
แต่ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องราวต่างๆ นะครับ ผมเองยังไม่ได้ทักทายคุณผู้อ่านที่เคารพรักเลยครับ
ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่อย่างเป็นทางการสักนิดนะครับ
ไม่รู้ว่าช่วงนี้คุณผู้อ่านเป็นอย่างไรกันบ้าง ทั้งสุขภาพกาย
และสุขภาพใจ ส่วนผมช่วงนี้ก็ไม่เจ็บไม่ไข้
ช่วงที่ผมเขียนอยู่นี่
เป็นช่วงที่ซีเกมส์ ครั้งที่ 24 จัดที่จังหวัดนครราชสีมาอยู่
ต้องบอกว่าตอนนี้ที่นครราชสีมา หรือที่เรียกแบบชาวบ้านหน่อยคือ
โคราชนะครับ เจริญผิดหูผิดตาเลย ก่อนความเจริญจะเข้ามา
คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ครับว่า ถนนที่โคราชเป็นเหมือนดาวอังคาร
หรือไม่ก็ผิวดวงจันทร์นั่นแหละครับ ซ่อมตรงโน้นที ตรงนั้นที
กว่าจะซ่อมกันได้นานเป็นแรมเดือนเลย แต่ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงแล้วครับ
เพราะว่าสวยงามสมกับการมาเยือนของซีเกมส์ สถานที่หรือบรรยากาศสะอาด
ใครไม่ได้มาโคราชตั้งนานแล้ว ลองมาอีกทีสิ รับรองว่าคุณต้องประทับใจแน่นอนครับ
เผลออย่างงี้
เป็นโดนขโมย
นอกจากเจริญทางด้านวัตถุ
ดังที่ผมได้กล่าวไปแล้วนั้น มีสิ่งที่เป็นพิษภัยแฝงเข้ามาโดยไม่น่าเชื่อว่าคนโคราชด้วยกันจะทำร้ายกันได้ถึงปานนี้
อดที่จะเล่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้คุณผู้อ่านได้ระแวดระวังภัยไม่ได้
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ประมาณวันที่ 1 ธันวาคม 2550
นี่เองครับ ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านที่เป็นแฟนประจำคอลัมน์
จะยังจำอาจารย์ตุ๊ก (เป็นผู้ช่วยสอนหลักสูตร เทคนิคการถ่ายวิดีโอและการตัดต่อฯ)...ได้รึเปล่าครับ
ล่าสุดที่ได้เจอ
อาจารย์ตุ๊ก...เล่าให้ผมฟังว่า โดนขโมยยกเค้า ซึ่งเธอก็บอกผมว่า
ไม่คิดว่าขนาดพักอยู่เป็นห้องพักในหอพักแล้วยังจะโดน
ทั้งถอดบานกระจก และงัดที่ล็อคประตู เข้าไปขโมยของในห้อง
ได้ทั้งเงินสด และกล้องดิจิตอลไป ผมล่ะ...พอได้ฟังอดแค้นไม่ได้
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี่คือคนที่เป็นเจ้าของหอพัก ขาดการเอาใจใส่
และไม่คอยตรวจสอบดูว่าเป็นคนแปลกหน้าหรือเปล่า?
ที่สำคัญ
ขนาดมีคนอยู่บนหอพักแท้ๆ ขโมย!...ยังกล้าเอาของไป เหตุผลง่ายๆ
ก็คือ ห้องของคนข้างๆ ที่พักอยู่พาเพื่อนมานั่งดื่มเหล้า
และนั่งร้องเพลงคาราโอเกะเสียงดัง พอหัวขโมยขึ้นมา คนอื่นๆ
ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง หรือห้องข้างๆ ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเกิดขึ้น
คุณผู้อ่านลองนึกสภาพดูนะครับว่า
หอพักน่ะเขามีประตูให้ล็อคด้านนอก เพื่อกันไม่ให้คนแปลกหน้าขึ้นมา
ก็กลับไม่ได้ระวังกันตรงนั้น งานนี้เลยได้รับอานิสงส์จากความประมาทไปกันทั่วหน้า
บทเรียนอันแสนแพง
จากความประมาท
เรื่องนี้คงโทษใครไม่ได้นะครับ
สำหรับใครที่พักหอพัก ถึงแม้คุณล็อคห้องดีแค่ไหน ก็คงมีสิทธิ์เจอเช่นกัน
ทางเดียวที่จะป้องกันได้ นั่นก็คือ
1.
ผู้ดูแลหอพัก ควรจะสอบถามเสมอ หากมีใครแปลกหน้ามาที่หอพัก
แล้วให้เจ้าของห้องมารับ กรณีที่เป็นเพื่อน หรือญาติมาที่หอพัก
2.
บางหอพักไม่ได้มียามคอยสอดส่อง ดังนั้น หน้าที่ของผู้ดูแลหอพักจึงต้องหมั่นคอยตรวจสอบสถานที่
ก็เป็นการระวังภัยได้ทางหนึ่ง
3.
เพื่อนข้างห้อง หรือคนที่อยู่ในหอพักเดียวกัน ต้องมีจิตสำนึกในการสอดส่อง
หากพบอะไรผิดปกติควรแจ้งผู้ดูแลหอพัก เพราะอย่างน้อย
หากวันข้างหน้าทรัพย์สินของคุณเกิดกำลังจะโดนขโมย เพื่อนที่อยู่หอพักนั่นแหละอาจจะช่วยคุณได้
ดังนั้น การผูกมิตรกับคนที่พักในหอพักจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ
(อย่าทำตัวเป็น...home alone โดดเดี่ยวผู้น่ารัก...คนเดียวมันไม่ดีนะ)
หรือแม้กระทั่งยามเจ็บ ยามไข้ก็ช่วยกันได้
4.
กรณีที่หอพักคุณมีประตูล็อคข้างนอก เพื่อป้องกันคนแปลกหน้าเข้ามาข้างใน
พึงระลึกเสมอว่า หากคุณไม่ล็อค เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ขโมยได้หยิบฉวยสิ่งของห้องพักของคุณ
หรือของต่างๆในหอพัก
5.
ตรวจสอบบานกระจก และที่ล็อคประตูให้อยู่ในสภาพใช้งานได้
หากบานกระจกของคุณไม่มีลูกกรง หรือถึงแม้จะมี อย่างกรณีของอาจารย์ตุ๊ก...ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย
เพราะหากลูกกรงมีระยะช่องที่ห่าง ซึ่งสามารถเอามือสอดเข้าไปได้
นั่นหมายถึงคุณมีโอกาสเสี่ยงที่จะโดนขโมยของได้ไม่ยากเย็น
ควรเพิ่มลูกกรงให้ถี่ขึ้น หรือหาไม้อัดมาตอกขวางทางเปิดหน้าต่าง
เพื่อไม่ให้มีมืออันไม่พึงประสงค์ เข้ามางัดแงะห้องคุณได้
6.
ลูกบิด ควรหาฝาครอบมาล็อคทับอีกชั้นหนึ่ง จริงๆ ต้องบอกว่า
หากเป็นหัวขโมยมืออาชีพ คงเอาไม่อยู่หรอกครับ แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการถ่วงเวลา
ให้ผู้คนที่พักหอพักได้เห็นความผิดปกติ และจัดการได้อย่างทันท่วงที
(อย่าปล่อยให้เอาทรัพย์สินไปอย่างง่ายดายนะครับ เดี๋ยวได้ใจกลับมาอีก)
7.
ข้อนี้สำคัญ อย่าวางสิ่งของมีค่าล่อหน้า...ล่อตาโจรหรือหัวขโมย
เพราะหากหยิบฉวยได้ง่าย ก็จะทำให้เกิดกิเลสอยากเข้ามาอีก
ควรเก็บไว้ในที่หายาก (จนบางที...คนเก็บก็หาไม่เจอ อันนี้ไม่ดีแน่ครับ)
ผมเชื่อว่าข้อแนะนำต่างๆ
เหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายๆ ท่านมักจะมองข้าม อย่าคิดว่าทรัพย์สินเก็บไว้ในบ้าน
หรือห้องพักแล้วจะปลอดภัยเสมอไป เท่าที่ได้พูดคุยกับอาจารย์ตุ๊กวันนั้น
ก็พอสรุปได้ว่า เจ้าหัวขโมยน่าจะเป็นพวกที่ติดพนัน หรือเด็กดมกาวแถวๆ
นั้น ยิ่งมีกีฬาฟุตบอลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเกิดอาชญากรรม
การลักเล็ก...ขโมยของกันเกลื่อนบ้านเมือง เท่าที่ได้แจ้งความไว้
เห็นบอกว่าทำมาหลายที่ แต่ยังจับไม่ได้ คงสรุปได้อย่างเดียวว่า
ทรัพย์สินของเรา หากเราไม่ระแวดระวังภัยกันเอง หวังพึ่งแต่เจ้าของหอช่วยดูแล
ผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ เราต้องดูแลของเราเองครับ
โดนหลอก
เพราะซื้อของ
เรื่องที่ผมกำลังหยิบยกขึ้นมาเล่านี้
เป็นเสมือนอุทาหรณ์ของคนที่ชอบซื้อของบนโลกไซเบอร์ หรือบนอินเตอร์เน็ต
บางทีการติดต่อค้าขายกัน หากเจอคู่ค้าที่ดี ก็โชคดีไป
คือไม่ต้องสูญเงินทองไปฟรีๆ แต่หากโชคไม่ดีเหมือนรายที่ผมกำลังเล่าต่อไปนี้
คุณผู้อ่านก็จะได้ทราบวิธีการแก้ไขว่าควรทำเช่นไร
ลูกศิษย์ของผมคนหนึ่ง
เกิดสนใจเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งเข้า เพราะพยายามเสาะหามาหลายเดือนแล้ว
ก็ยังไม่พบที่ถูกใจ ทั้งไปดูที่ร้าน หรือห้างดังๆ ในย่านกรุงเทพฯ
แต่ปรากฏว่าไม่มี จนไปเจอเมล์ฉบับหนึ่งส่งมาให้ (เข้าใจว่าคงสุ่มมาเจอพอดี)
เลยโทรศัพท์สอบถามไปตามรายละเอียดที่แจ้งโฆษณา พร้อมกับในเมล์ฉบับนั้น
ยังได้สร้างความน่าเชื่อโดยการให้เหยื่อเข้าไปยังเว็บไซต์
เพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า พร้อมแนะนำวิธีการจ่ายเงิน
(ก็คงเหมือนเว็บทั่วๆ ไปแหละครับ)
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ
หลังจากที่ชำระเงินไปแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้ของ แถมเว็บดังกล่าวก็เป็นการเปิดขึ้นมาลอยๆ
คือ ไม่มีตัวตนจริงๆ เพราะหน้าโฮมเพจ หรือหน้าเว็บที่เปิดเข้าไปดู
เป็นคล้ายๆ กับหน้าเว็บที่ให้บริการฟรี ใครจะมาเขียนหรือทำทิ้งไว้ก็ได้
โดยทางบริษัทก็ไม่ได้รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น คุณผู้อ่านคงพอเดาออกนะครับ
ว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร...ใช่แล้วครับ โดนหลอก หมดเงินไปหลายหมื่นบาทเลยครับ
งานนี้เล่นหนักเอาเรื่องเหมือนกัน
ถามว่าเราจะมีวิธีการป้องกันหรือแก้ไขกันได้อย่างไรบ้าง
ผมเองคงมีข้อแนะนำง่ายๆ ให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกับการรับมือของกลโกงประเภทนี้
พร้อมแนะนำวิธีการป้องกันแบบง่ายๆ เพื่อจะได้ไม่ตกไปเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ
กลโกง
จากโลกไซเบอร์
อย่างที่ผมได้เล่าให้คุณผู้อ่านได้ทราบไปแล้วในตอนต้น
คราวนี้ลองมาดูวิธีการป้องกัน และการแก้กลโกงกันบ้างนะครับ
1.
หลอกให้ซื้อสินค้าในราคาที่สูง โดยมากจะมาในรูปแบบของการประมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
จะพยายามปั่นราคาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ หากเหยื่อยังมีความอยากได้ในสินค้าดังกล่าว
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ต้องสูญเสียเงินในราคาที่แพงเอามากๆ
หากเจอหนักกว่านั้นอีกก็คือ จ่ายเงินไปแล้ว และไม่ยอมส่งสินค้าให้ผู้รับปลายทาง
2.
การให้บริการอินเตอร์เน็ตโดยหลอกลวง ผู้หลอกลวงจะส่งเช็คจำนวนหนึ่ง
(เช่น ราว 3-5 ดอลลาร์สหรัฐ) ให้แก่ผู้ใช้บริการเมื่อมีการเบิกเงินตามเช็คแล้ว
ถือว่าผู้บริโภคตกลงที่จะใช้บริการของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
(Internet Service Provider - ISP) โดยไม่แจ้งค่าธรรมเนียม
หรือค่าใช้จ่ายใดๆ
โดยผู้หลอกลวงจงใจให้ผู้บริโภค
หรือผู้ใช้บริการเกิดความสับสน และเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการบริการ
กล่าวคือ เมื่อผู้บริโภคเข้าทำสัญญาดังกล่าวแล้ว จะถือว่ายินยอมตามเงื่อนไขทุกประการที่ระบุไว้
โดยผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินค่าบริการต่างๆ จากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
นอกจากนี้ ยังอาจจะมีคำขู่ที่กล่าวว่าถ้าหากผู้ใช้บริการต้องการเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดสัญญาจะถูกปรับเป็นจำนวนเงินที่สูง
3.
การใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้รับอนุญาต อันนี้คงต้องเตือนน้องๆ
ที่อายุไม่ถึง 18 ปีนะครับ เพราะวิธีการนี้ถือว่าได้ผลสูงสุด
คือหลอกให้เหยื่อบอกข้อมูลบนบัตรเครดิต ยกตัวอย่างเช่น
ให้เข้าไปดูภาพลามกอนาจารได้ โดยไม่ต้องเสียเงิน แต่มีเงื่อนไข
คือต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิตไว้ เพื่อใช้เป็นรหัสในการติดต่อ
หากเหยื่อเผลอให้ข้อมูลดังกล่าวไป คงทราบดีนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ
อย่างที่เห็นๆ เป็นข่าวก็คือ เป็นหนี้บัตรเครดิตโดยไม่รู้ตัว
หรืออาจจะนำข้อมูลของคุณที่ใช้ในบัตรไปก่ออาชญากรรมต่างๆ
เป็นต้น
วิธีรับมือ
กลโกงบนโลกไซเบอร์
ผมเองคงต้องบอกคุณผู้อ่านก่อนว่า
จริงๆ กลโกงบนโลกไซเบอร์มีเยอะมากครับ แต่ผมขอหยิบเอาเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดมาเล่าก่อนนะครับ
ส่วนกลโกงบนโลกไซเบอร์แบบอื่นๆ ผมขอนำมาเล่าในครั้งต่อไปนะครับ
รับรองว่ารายละเอียดครบถ้วน อ่านง่าย...เข้าใจง่ายแน่ครับ
ลองติดตามดูนะครับ
ขอกลับมาเรื่องของการแก้ไข
และหาแนวทางป้องกันกันต่อดีกว่านะครับ จริงๆ แล้วกลโกงเหล่านี้
เกิดจากการที่ผู้ใช้งานเอง "ขนาดมีความฉลาดในการใช้เทคโนโลยี
แต่ขาดความเฉลียวในการป้องกัน" ลองดูวิธีป้องกันแบบง่ายๆ
นะครับ
1.
การซื้อของที่ผ่านระบบการประมูล หรือบนอินเตอร์เน็ต
ข้อควรจำคือ หากราคาสินค้าสูงเกินกว่าความเป็นจริง ผมแนะนำว่าไม่ควรที่จะเสี่ยงซื้อนะครับ
เพราะโดยมาก มักจะเจอพวกที่ใช้วิธีการปั่นราคา หลอกให้ผู้ซื้อ
ได้ซื้อสินค้าในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด
2.
เก็บบัตรบันทึกรายการบัตรเครดิตทุกครั้งที่ใช้บัตรเครดิต
เพื่อใช้อ้างอิงในภายหลัง
3.
ติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัยบนเครื่องคอมพิวเตอร์
เช่น ZoneAlarm สามารถโหลดโปรแกรมดังกล่าวได้ที่เว็บ
(http://www.zonelabs.com) ส่วนวิธีการติดตั้ง หรือใช้งาน
ผมจะอธิบายการใช้งานในครั้งต่อไป
4.
ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น
Norton Antivirus (http://www.symantec.com)
5.
ไม่ควรเก็บข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิตของท่านบนเครื่องคอมพิวเตอร์
6.
แจ้งธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตทันทีที่ทราบว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นกับท่าน
7.
ข้อความ หรือข้อมูล รวมทั้งสัญญาที่ทำบนอินเตอร์เน็ต
ควรอ่านและศึกษาให้ดี เพราะหากไม่อ่านแล้วทำการตอบผ่านๆ
ไป อาจโชคร้ายไม่รู้ตัว
บทสรุปเรื่องราวของกลโกง
บนโลกไซเบอร์
ภาค 1
เรื่องราวการโกงกันโดยมาก
มักจะมีเรื่องของเงินทอง หรือการใช้บัตรเครดิต เพื่อก่ออาชญากรรม
ดังนั้น หากคุณมีบัตรเครดิต ซึ่งนั่นก็หมายถึงการใช้จ่ายเงินของคุณต้องมีความระมัดระวังสูง
เพราะเพียงคุณบอกตัวเลขข้อมูลบนบัตรให้ใครทราบก็ตาม
เงินของคุณจะหลุดหายไปทันที ไม่จำเป็นต้องเป็นแต่เรื่องของการซื้อของบนอินเตอร์เน็ตเท่านั้น
พิษภัยของกลโกงในรูปแบบนี้ยังมีอีกเยอะ
ในครั้งหน้าผมจะขอเล่าให้คุณผู้อ่านได้รับทราบกันต่อไปนะครับ
ว่าภัยร้ายที่ว่านี้จะมีมาในรูปแบบไหนอีก รวมทั้งเราจะรับมือกันได้อย่างไร
แล้วพบกันใหม่ในฉบับหน้านะครับ ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านมีความสุข
คิดสิ่งใดก็สมปรารถนา สวัสดีปีใหม่ครับ
มติชนกรุ๊ป
: หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน |